การดูแลสระว่ายน้ำในฤดูฝน 

การดูแลสระว่ายน้ำในฤดูฝน

ในช่วงฤดูฝน เรียกได้ว่าเป็นช่วงมรสุมของคนที่มีสระว่ายน้ำเลยก็ว่าได้ เพราะในช่วงฤดูฝน สระว่ายน้ำมักจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาค่อนข้างมาก จะต้องดูแลเพิ่มเติมเป็นพิเศษในทุก ๆ ด้าน เพราะในช่วงฤดูฝนอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาและหากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เวลาที่เกิดปัญหาจะได้รับมือกับปัญหาได้ทันท่วงที เพื่อให้สระว่ายน้ำพร้อมสำหรับการใช้งาน และเพื่อช่วยรักษาสภาพสระว่ายน้ำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำวิธีดูแลสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝน 

ผลกระทบของฝนต่อสระว่ายน้ำ

1. ค่า pH ของน้ำเปลี่ยนแปลง 

เนื่องจากองค์ประกอบของน้ำฝนมีค่าเป็นกรด อาจจะทำให้ค่า pH สระว่ายน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงและอาจจะทำให้ค่า pH ต่ำเกินมาตรฐาน ทำให้เราต้องดูแลสารเคมีหรือค่า pH ในน้ำเป็นพิเศษ เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ อาทิเช่น ส่งผลให้เกิดคราบสนิมบนผนังสระว่ายน้ำและอุปกรณ์ของสระว่ายน้ำ ได้เนื่องจากค่า pH ที่ต่ำ จะเข้าไปเร่งปฏิกิริยาให้ผนังของสระว่ายน้ำและอุปกรณ์ของสระว่ายน้ำนั้นเกิดคราบสนิมขึ้นมา และอาจจะส่งผลถึงคุณภาพของสระว่ายน้ำและความสะอาดของน้ำในสระได้ รวมถึงอาจจะส่งผลไปถึงสุขภาพของผู้ใช้งาน เพราะระดับค่า pH หรือสารเคมีที่อยู่ในสระว่ายน้ำควรจะไม่ต่ำเกินมาตรฐานและก็ไม่ควรสูงเกินมาตรฐาน และระดับมาตรฐานที่เป็นสากลที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสระว่ายน้ำหรือสระว่ายน้ำของตัวเองก็ใช้อยู่ที่ 7.2 ถึง 7.6 pH เป็นระดับค่า pH ที่เหมาะสมกับสระว่ายน้ำและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองทั้งต่อดวงตาและต่อผิวหนัง ผลเสียและปัญหาที่ตามจากค่า pH ที่ต่ำในช่วงฤดูฝน อีกอย่างคือ ความสะอาดของสระว่ายน้ำ เพราะเคมีภัณฑ์สระว่ายน้ำมีหน้าที่ทำให้สระว่ายน้ำสะอาด ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ค่า pH ในสระว่ายน้ำ อาจจะทำให้สระว่ายน้ำ ไม่สะอาดพร้อมใช้งานเท่าที่ควรและอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหรือแหล่งเพราะพันธุ์ของเชื้อโรคได้อีกด้วย 

2. คลอรีนเจือจาง 

คลอรีนในสระว่ายน้ำเจือจางหรือต่ำลงกว่าปกติสาเหตุหลักๆส่วนใหญ่เกิดมาจากน้ำฝนหรือการที่ฝนตกลงมาเพราะในตัวของน้ำฝนหรือคุณสมบัติของน้ำฝนนั้นมีค่า pH ประมาณ 5.0 – 6.0 ซึ่งแสดงถึงความเป็นกรด ซึ่งสารมารถเจือจาง สารเคมีจำพวกคลอรีนได้ก็เหมือนกรณีของน้ำในสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝน ที่พอฝนตกลงมาความเป็นกรดหรือค่า pH ที่ต่ำของน้ำฝน สามารถเข้าไปเจือจางสารเคมีในสระว่ายน้ำอย่างคลอรีนได้ทำให้ในช่วงฝนตกหรือในช่วงฤดูฝนเคมีภัณฑ์สระว่ายน้ำต่างๆรวมถึงคลอรีนนั้นจะเจือจางลงไปด้วย และเมื่อคลอรีนในสระว่ายน้ำเจือจางลงอาจจะส่งผลต่อระบบกรองที่คอยกรองเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่ในสระว่ายน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ระบบกรองที่มีปัญหาอาจจะมีการเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อโรคและแบคทีเรียในน้ำที่มาพร้อมกับน้ำฝนในฤดูฝน ดังนั้นในฤดูฝนนั้นควรจะดำเนินการตรวจสอบดูแลสระว่ายน้ำและควบคุมสารเคมีในสระว่ายน้ำหรือคลอรีนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุดและปลอดภัยในการใช้งานที่สุด 

3. การสะสมของสิ่งสกปรก 

สิ่งสกปรกกับสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝนเป็นของคู่กัน เพราะฝนมักพัดพาแต่สิ่งสกปรกต่างๆ เช่น เศษฝุ่น เศษไม้ ใบไม้ มาสู่สระว่ายน้ำได้ ซึ่งจะมีผลทำให้สระว่ายน้ำไม่สะอาดและอาจเปิดปัญหาอื่นๆตามมา

4. เกิดน้ำขุ่นหรือน้ำเขียว 

สาเหตุที่ทำให้น้ำในสระว่ายน้ำ เกิดน้ำขุ่นหรือน้ำเขียวเป็นเพราะในช่วงฤดูฝนนั้นฝนที่ตกลงมาไหลเข้าสู่สระว่ายน้ำอาจจะทำให้เคมีภัณฑ์สระว่ายน้ำ เจือจางลง ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถรักษาสภาพของน้ำหรือความสะอาดของสระว่ายน้ำไว้ได้ ค่า pH ที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำในสระว่ายน้ำขุ่นเขียวไม่สะอาด และยังมีอีกหลายสาเหตุอย่างเช่นการที่ระบบกรองไม่ทำงานหรือไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถกรองความสะอาดหรือขจัดสารปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำได้ และนี่สาเหตุของการเจริญโตของสาหร่าย เพราะเมื่อไหร่ที่ในน้ำหรือสระว่ายน้ำมีสิ่งสกปรก สาหร่ายจะสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วมากและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำเกิดน้ำขุ่นน้ำเขียว ขึ้นมาได้ นอกจากนี้การที่น้ำในสระว่ายน้ำมีลักษณะขุ่น ๆ หรือมีสีเขียวนั้นบ่งบอกถึงความไม่พร้อมในการใช้งาน เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพและร่างกายของผู้ใช้ได้เมื่อสัมผัสกับน้ำ

5. การอุดตันของระบบกรอง 

ระบบกรองทำงานหนักเพราะจะต้องเจอฝนที่พัดพาสิ่งสกปรก สิ่งปนเปื้อน ใบไม้ เศษวัสดุต่าง ๆ มา อาจจะทำให้ระบบกรองต้องทำงานหนักเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนนี้และถ้าหากใช้งานระบบกรองหนักเกินไปก็อาจจะทำให้ระบบกรองเสื่อมอายุการใช้งานหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพได้ มีส่วนช่วยในการทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดน้อยลงและอาจจะเกิดการอุดตันของระบบกรองได้สาเหตุหลัก ๆ มาจากการที่มีสิ่งสกปรกทับถมกันเป็นจำนวนมากเข้ามาในสระหรือจากการที่ฝนได้พัดพาที่สิ่งสกปรกเข้ามาในสระว่ายน้ำทำให้อาจจะเกิดการอุดตันที่ระบบกรอง

การดูแลสระว่ายน้ำก่อนฝนตก

1. คลุมสระด้วยผ้าคลุมกันน้ำ

การใช้ผ้าคลุมกันน้ำคลุมสระว่ายน้ำเป็นอีกวิธีนึงที่คนนิยมเลือกใช้เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกต่อการดูแลสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่มาจากการพัดพาของพายุฝน เพื่อปกป้องคุณภาพของน้ำไม่ให้คุณภาพของน้ำลดลงหรือมีสิ่งปนเปื้อนเข้าไปเจือปน และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝนควรเลือกผ้าคลุมที่เหมาะสมดูแลและรักษาผ้าคลุมให้ดีและก็ตรวจสอบความเรียบร้อยในการติดตั้งผ้าคลุมสระว่ายน้ำ

2. ตรวจสอบการระบายน้ำรอบสระ 

วิธีการระบายน้ำรอบสระว่ายน้ำเป็นวิธีที่ช่วยลดการทำงานของระบบกรองไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปลดความเสี่ยงการอุดตันของระบบกรอง อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการป้องกันน้ำขังที่อาจจะเป็นแหล่งก่อตัวของเชื้อโรคต่าง ๆ หรือพวกแบคทีเรีย ที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้ที่ใช้งานและอาจจะทำให้สระว่ายน้ำไม่พร้อมใช้งาน ดังนั้นการที่ตรวจสอบระบบการระบายน้ำรอบสระถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงฤดูฝน เพราะอาจจะช่วงลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาของสระว่ายน้ำในช่วงฤดูฝนได้

3. จัดเก็บอุปกรณ์หรือสิ่งของที่อยู่รอบสระ 

ในการจัดหรือตกแต่งสระว่ายน้ำควรจัดให้เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานในระยะยาว ทนทานต่อสภาพอากาศและฤดูที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาควรเลือกวัสดุที่สามารถทนแสง UV หรือแสงแดดเพื่อที่จะยึดอายุการใช้ของวัสดุเหมาะสำหรับใช้ในหน้าร้อนและควรเลือกวัสดุที่ไม่เก็บความชื้นมาใช้ในฤดูฝน และวัสดุที่จะทนทานต่อแสง UV และไม่เก็บความชื้นได้นั้นแนะนำวัสดุประเภทพวกพลาสติกโพลีเอทิลีน
สแตนเลส ไม้เทียม pvc อะลูมิเนียม และ คอมโพสิต วัสดุพวกนี้มีคุณสมบัติที่สามารถทนทั้ง UV แสงแดดและไม่เก็บความชื้น ช่วยให้ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นทั้งในฤดูร้อนและฤดูฝนเลย สามารถจัดเก็บได้ง่ายเนื่องจากเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบาสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก หายห่วงเรื่องลมพายุ หรือ การที่ฝนตกในช่วงฤดูฝน และถ้าเราใช้วัสดุที่เหมาะสมก็อาจจะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิด

การดูแลสระว่ายน้ำหลังฝนตก

1. กำจัดสิ่งสกปรกบนผิวน้ำ 

ควรเริ่มต้นจากการสำรวจก่อนว่าสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวน้ำคืออะไรมีลักษณะแบบไหนแล้วควรทำความสะอาดอย่างไรขั้นและเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำความสะอาดควรเลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำที่เหมาะสมอย่างเช่นถ้าเป็นพวกใบไม้ เศษไม้ ก็ควรที่จะใช้เป็นพวกกระชอนหรือไม้ที่เป็นตาข่ายตักใบไม้ เพื่อป้องกันการเกิดการความเสียหายของสระว่ายน้ำ จากนั้นก็เริ่มทำความสะอาด กำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวน้ำได้เลย เพื่อรักษาให้สระว่ายน้ำสะอาดพร้อมใช้งานและเพื่อสุขอนามัยและสุขภาพที่ดีของผู้ใช้งาน ควรดำเนินการทำความสะอาดสระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ 

2. ตรวจสอบค่า pH และคลอรีนในน้ำ 

ในช่วงฤดูฝน น้ำฝนที่มีค่ากรดจะส่งผลให้ค่า pH ในสระว่ายน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน และสารเคมีในสระ เช่น คลอรีน อาจเจือจางลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การรักษาความสะอาดไม่มีประสิทธิภาพ และอาจเป็นแหล่งเติบโตของเชื้อโรคได้ ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับสระว่ายน้ำควรอยู่ที่ 7.2 ถึง 7.6 ช่วงหน้าฝนควรดูแลและตรวจเช็คค่า pH และคลอรีนในน้ำสระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เครื่องมือตรวจค่า pH และคลอรีน เช่น pH Test Strips หรือ Chlorine Test Kit หากค่าใดต่ำกว่ามาตรฐาน ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำทันทีเพื่อรักษาสระให้สะอาด 

3. ทำความสะอาดระบบกรองน้ำ 

การดูแลทำความสะอาดสระว่ายน้ำและระบบกรองน้ำเป็นสิ่งที่ควรทำประจำอย่างสม่ำเสมอ และยิ่งในช่วงฤดูฝนแล้วนั้นควรจะที่ความสะอาดและระบบกรองน้ำให้บ่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากในน้ำฝนอาจจะพัดพาสารปนเปื้อนมาสู่สระว่ายน้ำเราได้ ควรล้างและทำความสะอาดแผ่นกรองน้ำอยู่สม่ำเสมอเพื่อกำจัดเศษสิ่งสกปรกที่อาจอุดตัน และควรตรวจสอบว่าระบบกรองยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

4. ดูดตะกอนที่สะสมในก้นสระ 

ตะกอนและสิ่งสกปรกที่อาจจะมาพร้อมกับฤดูฝนอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้หากเราไม่รีบป้องกัน ให้สังเกตที่สีของน้ำถ้าเกิดสีของน้ำในสระว่ายน้ำเกิดขุ่นให้คิดได้เลยว่านี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนในการดูดตะกอนสระน้ำ และส่วนมากถ้าเป็นสิ่งสกปรกอย่างเช่นพวกตะกอนก็มักจะอยู่ที่ก้นสระ แต่ไม่ว่าจะบนผิวน้ำหรือที่ก้นสระในช่วงฤดูฝนก็ควรจะใส่ใจในการทำความสะอาดให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้สระว่ายน้ำสะอาดพร้อมใช้งานและไม่ส่งผลเสียงต่อสุขภาพผู้ใช้งาน 

5. เติมสารเคมีป้องกันน้ำขุ่นและน้ำเขียว 

การปรับสภาพน้ำหรือการเติมสารเคมีมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดปัญหาความไม่สะอาดของสระว่ายน้ำได้ ในช่วงฤดูฝน เพราะในช่วงฤดูฝนสารเคมีในสระว่ายน้ำจะเจือจางลงเนื่องจากฝนมีความเป็นกรดรวมไปถึงจะทำให้ค่า pH ต่ำเกินมาตรฐานอีกด้วย การที่เติมสารเคมีก็เพื่อต้องการที่จะรักษาความสะอาดในสระว่ายน้ำป้องกันสาเหตุที่น้ำในสระว่ายน้ำมีลักษณะหรือสีที่ขุ่นหรือสีของน้ำในสระที่มีการเปลี่ยนสีทั้งหมดนี้อาจจะมาจากการที่น้ำในสระว่ายน้ำมีสิ่งสกปรกหรือพวกแบคทีเรีย สาหร่าย ที่อาจจะเกาะติดอยู่ที่ผนังหรือพื้นของสระว่ายน้ำ

6. ตรวจสอบระดับน้ำ 

หลังฝนตกสิ่งที่ควรสังเกตระดับของน้าในสระว่ายน้ำว่ามีเพิ่มมากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะได้เตรียมรับมือและป้องกันปัญหาที่เกิดจากน้ำฝน ถ้าเกิดตรวจสอบแล้วพบว่าน้ำในสระมีปริมาณที่มากจนเกินไปหรือน้ำในสระว่ายน้ำมีการล้นออกมาสาเหตุอาจจะมาจากน้ำฝนที่ไหลเข้าสู่สระว่ายน้ำ อาจจะทำให้สระว่ายน้ำเกิดความไม่สะอาดได้ มีสิ่งสกปรกปนเปื้อนที่มากับน้ำฝนควรระบายน้ำในสระว่ายน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 

7. ตรวจสอบความปลอดภัย 

ขึ้นชื่อว่าสระว่ายน้ำสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเลยคือเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุหรืออุบัติเหตุในการใช้งาน ควรจะต้องดูองค์ประกอบของสระว่ายน้ำหลาย ๆ อย่างอาทิเช่น กระเบื้องที่ปูพื้นสระว่ายน้ำมีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่ และในส่วนระบบไฟฟ้าในสระว่ายน้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก จะต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและดูแลสระว่ายน้ำให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน สายไฟฟ้าจะต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่เปลือก ไม่ขาด และควรระวังอย่าให้สายไฟฟ้าโดนน้ำ

การดูแลสระว่ายน้ำในหน้าฝนมีความสำคัญมาก เพื่อให้สระน้ำพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาและให้อุปกรณ์สระว่ายน้ำต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเติมประสิทธิภาพ ใช้งานได้ตามอายุการใช้งานของอุปกรณ์ หากใครมีปัญหาเรื่องการดูแลสระว่ายน้ำ การซ่อมแซมสระว่ายน้ำ สามารถปรึกษากับทาง PoolSPT บริการดูแลสระว่ายน้ำ ได้เลย