ระบบสระว่ายน้ำมีกี่แบบ เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละระบบ

ก่อนทำการสร้างสระว่ายน้ำสิ่งสำคัญที่ต้องรู้นั่นคือเรื่องของระบบสระเพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกสระระบบไหนเพื่อการใช้งานได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากสุด คำถามที่เกิดขึ้นจึงหนีไม่พ้นระบบสระว่ายน้ำมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร แต่ละแบบมีข้อดี – ข้อเสียอะไรบ้าง การศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ละเอียดครบถ้วนย่อมทำให้คุณได้สระว่ายน้ำตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด
ระบบสระว่ายน้ำมีกี่แบบ อะไรบ้าง
หากแบ่งระบบสระว่ายน้ำออกมาตามระบบไหลเวียนน้ำจะสามารถแยกออกได้ 2 ระบบ ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบ Skimmer และสระว่ายน้ำระบบ Overflow ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้
1. สระว่ายน้ำระบบ Skimmer
สระว่ายน้ำระบบ Skimmer คือ ประเภทของสระที่ใช้ระบบการดูดน้ำ ไม่มีการติดตั้งถังสำรองน้ำนั่นทำให้ผิวน้ำต้องอยู่ต่ำกว่าขอบสระประมาณ 15-20 ซม. เพื่อสร้างการหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงใช้พื้นที่น้อย นิยมสร้างบริเวณพื้นที่จำกัด หรือสร้างสระว่ายน้ำในราคาไม่แพงมากนัก จึงมักพบบ่อยทั้งสระว่ายน้ำตามบ้านอยู่อาศัย ห้องพักพูลวิลล่า โรงแรม รีสอร์ตขนาดเล็ก – ขนาดกลาง ลักษณะการทำงานตัวระบบจะดูดน้ำแล้วตรงเข้าสู่ขั้นตอนบำบัดทันที ขณะที่เศษขยะสิ่งสกปรกต่าง ๆ จะมีการรวมไว้ตรงตะกร้า Skimmer เมื่อปั๊มสระหยุดทำงาน แผ่นปิดก็ถูกเหวี่ยงดึงกลับที่เดิมไม่ให้ขยะดังกล่าวไหลกลับเข้าสู่สระนั่นเอง
ข้อดีของสระว่ายน้ำระบบ Skimmer
- ก่อสร้างและติดตั้งง่าย อุปกรณ์ติดตั้งไม่เยอะ ใช้ต้นทุนไม่สูงมากนัก
- เหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่ในการสร้างสระว่ายน้ำจำกัด
- ระบบกรองทำงานตลอด น้ำหมุนเวียนต่อเนื่องช่วยให้น้ำสะอาด ลดความยุ่งยากในการดูแลสระว่ายน้ำ
ข้อเสียของสระว่ายน้ำระบบ Skimmer
- โอกาสเกิดตะกอนใต้สระได้หากขาดการดูแลที่ดี
- ด้วยระดับน้ำต่ำกว่าขอบสระจึงอาจดูไม่ค่อยสวยงาม หรูหราเท่าใดนัก
- ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ๆ
2. สระว่ายน้ำระบบ Overflow
สระว่ายน้ำระบบ Overflow คือ สระระบบน้ำล้นสังเกตจากระดับของผิวน้ำจะเสมอกับขอบสระอยู่ตลอด ด้านข้างมีรางน้ำช่วยระบายเมื่อน้ำล้นเกินขึ้นมา พร้อมตะแกรงปิดรางเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก ถังสำรองน้ำถูกแยกออกจากตัวสระโดยน้ำที่ล้นออกจะถูกพักในถังนี้ มีการต่อท่อเข้าสู่ใต้ท้องสระเพื่อให้น้ำที่กรองแล้วกลับเข้าไปสู่สระอีกครั้ง ซึ่งท่อดังกล่าวมีระบบท่อแยกระหว่างท่อน้ำล้นกับท่อดูดกลับ เพื่อรักษาระดับการไหลเวียนของน้ำให้เกิดความเหมาะสม มักพบเจอได้กับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ตามโรงแรมหรู สวนน้ำ โรงเรียนสอนว่ายน้ำ เป็นต้น
ข้อดีของสระว่ายน้ำระบบ Overflow
- สิ่งสกปรกบริเวณผิวน้ำถูกกำจัดอยู่ตลอด ช่วยให้สระเกิดความสะอาด ดูแลง่าย
- เพิ่มความหรูหรา มีระดับ จากการที่น้ำในสระเสมอกับขอบสระอยู่ตลอด
- ตอบโจทย์สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือบริเวณที่มีคนใช้สระว่ายน้ำจำนวนมาก
ข้อเสียของสระว่ายน้ำระบบ Overflow
- มีขั้นตอนยุ่งยากและอุปกรณ์เยอะในการติดตั้ง ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง
- ใช้ต้นทุนในการสร้างสระว่ายน้ำประเภทนี้สูงมาก
- ไม่เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก หรือบริเวณพื้นที่จำกัด
ระบบสระว่ายน้ำหากแบ่งตามการไหลเวียนของน้ำจะแยกออกได้ 2 ประเภท คือ สระว่ายน้ำระบบ Skimmer และสระว่ายน้ำระบบ Overflow ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ก็มีความแตกต่าง ข้อดี – ข้อเสียของการเลือกก่อสร้างใช้งานแตกต่างกันออกไป ลองประเมินตามความเหมาะสมว่าบริเวณที่จะสร้างมีขนาดเท่าไหร่ จำนวนผู้ใช้ งบประมาณที่มี ทีมช่างมืออาชีพ เพื่อผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจสูงสุด และสุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะมีสระน้ำระบบไหน หากต้องการดูแลหรือทำความสะอาดสระว่ายน้ำติดต่อพวกเรา Poolspt pool cleaning service ได้เลย